พส. ดึงเครือข่ายอาสาสมัครคนไทยในยุโรปร่วมส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมถ้วนหน้า

พส. ดึงเครือข่ายอาสาสมัครคนไทยในยุโรปร่วมส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมถ้วนหน้า พร้อมสร้างจิตอาสาคนรุ่นใหม่แก้ปัญหาเด็กเยาวชนในต่างแดน วันนี้ (8 ก.ย. 61) เวลา 12.00 น. นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ(อธิบดี พส.) เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (7 ก.ย. 61) เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

นางนภา  เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดย กองหนึ่งใจ...เดียวกัน ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสวัสดิการสังคมแห่งชาติ กำหนดจัดโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนปาฏิหาริย์แห่งชีวิต (Miracle of Life) ภายใต้ "กิจกรรมการประชุมเครือข่ายองค์การสวัสดิการสังคมในต่างประเทศ ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี” ระหว่างวันที่ 7 - 9 กันยายน 2561 โดยมีผู้แทนองค์การสวัสดิการสังคมในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และองค์กรสาธารณประโยชน์ในภูมิภาคยุโรป อาทิ ประเทศฟินแลนด์ นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ เข้าร่วมโครงการจำนวนทั้งสิ้น 70 คน

โดยมี พระโพธิคุณวิเทศน์ เจ้าอาวาส วัดพุทธวิหาร และประธานศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรุงเบอร์ลิน เป็นประธานเปิด พร้อมด้วย นายชัยสิริ อนะมาน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ นายธีรวัฒน์ ภูมิจิตร เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ให้เกียรติเข้าร่วมงาน นางนภา กล่าวต่อไปว่า จากข้อมูลกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวง การต่างประเทศ ในปี 2559 ได้ระบุข้อมูลว่า มีคนไทยพำนักอาศัยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีเป็นจำนวน 100,000 คน และ จากการขับเคลื่อนงานส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมสำหรับกลุ่มคนไทยในต่างประเทศ ในปี 2560 พบว่า หญิงไทยที่แต่งงานกับ ชายชาวเยอรมันมักประสบปัญหาครอบครัว การหย่าร้าง การถูกกระทำรุนแรง และการดำรงชีวิตในสังคมอย่างไม่สุขสบายตามที่คาดหวัง ในขณะที่เด็กและเยาวชน

ซึ่งเป็นลูกติดแม่ที่เดินทางจากประเทศไทยเพื่อไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ มักประสบปัญหาการปรับตัว และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม อาทิ ไม่สนใจการเรียน คบเพื่อนกลุ่มเสี่ยง ชอบกระทำความรุนแรง มีพฤติกรรมก้าวร้าว และติดยาเสพติด เป็นต้น และเด็กที่เกิดจากบิดาชาวต่างประเทศมักเกิดปัญหาเด็กข้ามวัฒนธรรม ซึ่งเด็กและเยาวชนเหล่านี้ไม่ทราบช่องทางในการขอความช่วยเหลือจากองค์กรภาคเอกชน และองค์กรราชการ นอกจากสถานเอกอัครราชทูตในถิ่นพำนัก นางนภา กล่าวต่ออีกว่า กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้น้อมนำพระดำริของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีจิตสำนึกต่อส่วนรวม ด้วยการปลูกฝังการเป็น “ผู้ให้” อันเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม ตามกรอบแนวคิดพัฒนาเพื่อการแบ่งปันที่ยิ่งใหญ่ “Shift and Share” รวมทั้งพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2550 เพื่อส่งเสริมให้คนไทยรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ด้วยจิตอาสา รู้จักการให้ การแบ่งปัน และรวมกลุ่มจดทะเบียนเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ เพื่อผลักดันให้มีองค์กรในต่างประเทศในการช่วยเหลือ การป้องกัน การแก้ปัญหา การพัฒนา และการส่งเสริมความมั่นคงทางสังคมของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งกลุ่มเด็กและเยาวชนไทย ซึ่งเป็นการตอบสนองความจำเป็นขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและพึ่งตนเองได้อย่างมั่นคง เหมาะสม และเป็นธรรม

ซึ่งข้อกำหนดคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติว่าด้วย การกำหนดบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเป้าหมายเป็นผู้รับบริการสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2555 ได้กำหนดให้คนไทยในต่างประเทศเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สมควรได้รับบริการสวัสดิการสังคม พร้อมทั้งกำหนดมาตรการและข้อเสนอแนะในการจัดสวัสดิการสังคมสำหรับคนไทยในต่างประเทศ รวมทั้งกลุ่มเด็กและเยาวชนไทย นางนภา กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ พส. โดย กองหนึ่งใจ...เดียวกัน ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสวัสดิการสังคมแห่งชาติ ได้กำหนดจัดโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนปาฏิหาริย์แห่งชีวิต (Miracle of Life) ระหว่างวันที่ 6 - 13 กันยายน 2561 เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกและสร้างคนรุ่นใหม่เป็นอาสาสมัครในต่างประเทศ สำหรับทดแทนอาสาสมัครที่เข้าสู่ภาวะสูงวัย ด้วยการพัฒนางานอาสาสมัครในต่างประเทศ ด้วยกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างจิตอาสาแก่อาสาสมัครรุ่นใหม่ได้รู้จักการให้การแบ่งปัน และการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมในถิ่นพำนักอย่างถ้วนหน้า รวมทั้งการป้องกันและแก้ไขปัญหาทางสังคมของกลุ่มคนไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะปัญหาด้านเด็กและเยาวชน อีกทั้งเพื่อส่งเสริมให้คนไทยรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ด้วยจิตอาสา และรวมกลุ่มจดทะเบียนเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ เป็นการส่งเสริมระบบ งานอาสาสมัครในต่างประเทศ โดยได้มีการกำหนดจัดกิจกรรมสำคัญ ดังนี้ 1) การประชุมเครือข่ายองค์การสวัสดิการสังคมในต่างประเทศ ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สำหรับผู้แทนองค์การสวัสดิการสังคมในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และองค์กรสาธารณประโยชน์ในภูมิภาคยุโรป อาทิ ประเทศฟินแลนด์ นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ จำนวน 70 คน 2) การอบรมพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนไทยในต่างประเทศเพื่อการแบ่งปันที่ยิ่งใหญ่ Shift and Share จำนวน 30 คน ณ กรุงเบอร์ลิน 3) การประชุมคณะทำงานศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ณ วัดพุทธวิหาร กรุงเบอร์ลิน 4) การประชุมคณะทำงานส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมสำหรับกลุ่มคนไทยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ณ กรุงเบอร์ลิน และ 5) การประชุมชี้แจงผู้แทนมูลนิธิ สมาคม ชมรม และกลุ่มคนไทยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอและการรับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ และการยื่นโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ ณ กรุงเบอร์ลิน “สำหรับเมื่อวานนี้ (7 ก.ย. 61) ซึ่งเป็นวันแรกของการประชุมเครือข่ายองค์การสวัสดิการสังคมในต่างประเทศ โดยมีการจัดกิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย 1) การมอบโล่อาสาสมัครดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นอาสาสมัครคนไทยในภูมิภาคยุโรป 2) การมอบใบรับรองการเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ จำนวน 3 องค์กรในภูมิภาคยุโรป จากประเทศฟินแลนด์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ 3) การบรรยายพิเศษ หัวข้อ "การบูรณาการบทบาทและหน้าที่ของ กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในส่วนของการคุ้มครองดูแลคนไทยในต่างประเทศ" โดย นางภัทรัตน์ หงส์ทอง รองอธิบดีกรมการกงสุล 4) การอภิปราย หัวข้อ "การพัฒนาสังคมและสวัสดิการสำหรับกลุ่มคนไทยในต่างประเทศ" โดย ผู้แทนกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวง พม. 5) การนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการ จำนวน 4 โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมสวัสดิการสังคมแห่งชาติ โดยองค์กรสาธารณประโยชน์ในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และ 6) การถอดบทเรียนประสบการณ์การดำเนินโครงการด้านการจัดสวัสดิการสังคมสำหรับ กลุ่มคนไทยในต่างประเทศ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงสวัสดิการในถิ่นพำนักและการนำศักยภาพและทุนทางสังคมมาพัฒนาถิ่นกำเนิด การพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน 2 วัฒนธรรม และการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิสตรีและครอบครัวไทย ในต่างประเทศ” นางนภา กล่าวในตอนท้าย

8 กันยายน 2561


บริษัท มีเดีย เน็ทเวิร์ค จำกัด
138, 140 ซอยอนามัย ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250
MEDIA NETWORK Co.,Ltd
138, 140 Soi Anamai Srinakarin Road Suanluang Suanluang Bangkok 10250
Tel. 02 721 4417 Fax. 02 721 5516
E-mail : phototechthailand@gmail.com


ติดต่อโฆษณาหรือข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 02 721 4417 , 097 921 2929 คุณขวัญ

แฟนเพจ Phototech Magazine


ออกแบบโดย touronthai