วันนี้ในโลกก็มีด้วย!!! “วันแห่งแกงกะหรี่” ตำนานความอร่อย จากญี่ปุ่นสู่...ไทย

วันที่ 22 มกราคมของทุกปี ถูกบัญญัติให้เป็น “วันแห่งแกงกะหรี่”  (Curry Day) ของประเทศญี่ปุ่น

ใครที่ได้ลิ้มลองต้องติดใจในรสชาติเข้มข้นของ “แกงกะหรี่ แบบญี่ปุ่น” หนึ่งในเมนูประจำชาติของชาวญี่ปุ่นที่กำเนิดในประเทศอินเดีย แต่ปรับให้ถูกปากชาวญี่ปุ่น  แต่น้อยคนจะรู้ว่าประเทศญี่ปุ่นมี “วันแห่งแกงกะหรี่”  ด้วย

จุดกำเนิดของ “วันแห่งแกงกะหรี่” เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1982 เมื่อรัฐบาลต้องการให้เด็กกินอาหารที่มีโภชนาการที่ดี ได้สารอาหารครบถ้วน เพื่อให้เหมาะกับวัย ที่อยู่ในช่วงที่ต้องการการพัฒนา ทั้งด้านร่างกายให้แข็งแรง  และพัฒนาสมองได้ดีตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา จึงศึกษาและสรรหาอาหารที่จะนำมาให้เด็กๆ ได้รับประทาน และสภาโรงเรียนโภชนาการแห่งชาติ ก็เลือก “แกงกะหรี่” เป็นหนึ่งในเมนูหลัก พร้อมเสิร์ฟให้กับเด็กๆ ครั้งแรกในวันที่  22 มกราคม

เมื่อถึง “วันแห่งแกงกะหรี่” จึงมีเมนูแกงกะหรี่ถูกเสิร์ฟให้เด็กๆ ได้ทานถึง 8 ล้านจานนอกจากคุณค่าทางโภชนาการ รสชาติ ความเข้มข้นที่เหมาะกับผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัยแล้ว กว่าจะเห็นเป็นข้าวแกงกะหรี่ 1 จาน  ไม่ใช่เรื่องง่าย

Hiura Masaru  เจ้าของร้าน และเชฟชื่อดัง ผู้สืบทอดสูตรข้าวแกงกะหรี่ดั้งเดิมตั้งแต่สมัยโชวะHinoya Curry” (ฮิโนยะ เคอรี) ที่คิดค้นโดยคุณย่า ปรุงโดยคุณพ่อ ผ่านการคิดค้น ทดลองให้มีมิติที่เข้มข้นยิ่งขึ้นในรุ่นลูกโดยเขาเอง กำเนิดเป็นแกงกะหรี่พรีเมี่ยมที่มีมิติแปลกใหม่ คงเสน่ห์ของความดั้งเดิมแบบญี่ปุ่น แต่เพิ่มเติมมิติที่สามด้วยส่วนผสมมหัศจรรย์กว่า 90 ชนิด ทดลองเป็นแรมปี เพื่อให้เกิดประสบการณ์แห่งรสชาติ 3 มิติ  มีเอกลักษณ์ตามสโลแกน “คำแรกหวาน  คำที่สองเผ็ดร้อน คำสุดท้ายหอมกรุ่นอยู่ในปาก” ถูกปากชาวญี่ปุ่น ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างชาติ  เขาเล่าให้ฟังว่า   กว่าจะได้แกงกะหรี่ที่มีความเข้มข้น ที่มีรสชาติ 3 มิติ  ต้องผ่านกรรมวิธีที่พิถีพิถัน เริ่มตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ  และส่วนผสมที่ให้รสชาติหลากหลาย ผักที่มีกลิ่นเฉพาะและผลไม้ที่มาช่วยปรุงแต่งรสชาติให้ ”คำแรกหวาน”  ไม่ว่าจะเป็นกล้วย  มะม่วง  องุ่นแห้ง และลูกพีช และเครื่องเทศกว่า 26 ชนิดที่ทำให้ ”คำที่สองเผ็ดร้อน” สุดท้ายสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ เนื้อวัว และเนื้อหมู ที่ถูกนำมาเคี่ยวรวมด้วยไฟที่สม่ำเสมอ นานกว่า 30 ชั่วโมงจนได้ความเข้มข้นอันเป็นที่มาของ “คำสุดท้ายที่หอมกรุ่นอยู่ในปาก”  ก่อนนำมาราดบนข้าวแบบสดใหม่วันต่อวัน

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือ “ข้าว” ข้าวที่ใช้สำหรับรับประทานกับแกงกะหรี่  จำเป็นจะต้องเป็นข้าวญี่ปุ่นที่มีทั้งความนุ่ม หวาน เม็ดสวย และเนียน เมื่อราดแกงกะหรี่ลงไป จะไม่แฉะ เละ นิ่มจนเกินไป  ข้าวจึงต้องถูกคัดสรรเป็นพิเศษ ผนวกกับการหุงอย่างมีศิลปะ เพื่อให้ได้ข้าวสำหรับแกงกะหรี่ที่ถูกใจสำหรับผู้ที่ชอบลิ้มลอง 

Hiura บอกว่า แต่ละปีจะมีการจัดแข่งขันเพื่อหาสุดยอดข้าวแกงกะหรี่  และด้วยรสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม ด้วยสูตรดั้งเดิมของคุณย่า ทำให้ Hinoya Curry” (ฮิโนยะ เคอรี) ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันแกงกะหรี่ระดับประเทศ  Kanda Curry Grand Prix ปี 2013 ซึ่งมีร้านข้าวแกงกะหรี่ร่วมแข่งขันกว่า 300 ร้าน ก่อนที่จะหาผู้ผ่านเข้ารอบ 23 ร้าน  เพื่อแข่งขันในรอบสุดท้าย โดยให้ผู้ที่เข้าร่วมงานเกือบ 50,000 คน ได้ชิมและลงคะแนนให้กับร้านที่ถูกปาก โดนใจมากที่สุด  และ Hinoya Curry” (ฮิโนยะ เคอรี) ก็ได้รับรางวัลชนะเลิศ นับเป็นร้านคลื่นลูกใหม่ที่คว้ารางวัลชนะเลิศด้วยเมนูข้าวแกงกระหรี่ไข่ดิบ และข้าวแกงกะหรี่หมูทอดทงคัตสึหลังจากเปิดร้านได้เพียง 1 ปี 10 เดือนท่ามกลางคู่แข่งขันที่เปิดร้านเก่าแก่กว่า 30 ปี และยังได้รับคะแนนโหวตสูงสุดอันดับ 1 พร้อมกับยอดขายถึง 2,500 จาน ในระยะเวลาแค่ 3 วัน

เมนูชื่อดังที่ทำให้ Hinoya Curry (ฮิโนยะ เคอรี)  ชนะเลิศและเป็นที่รู้จักทั่วทั้งเกาะญี่ปุ่น  คือ ข้าวแกงกะหรี่หมูทอดทงคัตสึที่คนไทยคุ้นเคย แต่อีกเมนูที่ชนะเลิศและเป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่นคือ  ข้าวแกงกะหรี่ฮิโนยะหน้าไข่ดิบ  หนึ่งในสามของเมนูยอดนิยมของฮิโนยะ สำหรับผู้ที่ชอบแสวงหารสชาติที่ไม่เคยลิ้มลองมาก่อน เอาเป็นว่าต้องห้ามพลาดเด็ดขาด กับรสชาติหอม กลมกล่อมของไข่สดคุณภาพดี บนแกงกะหรี่ร้อน ๆ อร่อยจนคุณคาดไม่ถึง และซิกเนเจอร์เมนู ข้าวแกงกะหรี่ไก่ทอดซอสนัมบัง   ไก่ทอดคาราอาเกะที่กรอบนอก นุ่มใน ราดซอสหวานอมเปรี้ยว ทานกับซอสทาร์ทาร์ ที่หอม มัน กลมกล่อม

จุดกำเนิดของร้าน Hinoya Curry (ฮิโนยะ เคอรี) จากร้านแรกในย่าน Yushima  ในกรุงโตเกียว ในปีคศ. 2011 แม้จะเป็นทำเลที่ไม่มีคนพลุกพล่านมากนัก แต่ Hinoya Curry กลับทำยอดขายได้ดีเยี่ยม คิวยาวตลอด จาก ร้านเล็ก ๆ แห่งแรกเพียงร้านเดียว จึงเติบโตอย่างรวดเร็ว ลูกค้าพูดกันปากต่อปากอย่างไม่ขาดสาย จนทำให้ต้องขยายสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากวันนั้นถึงวันนี้ ร้าน Hinoya Curry (ฮิโนยะ เคอรี)  กลายเป็นร้านขวัญใจคนรุ่นใหม่  ทั้งกลุ่มวัยรุ่น  วัยทำงานที่ต้องการความสะดวก  รวดเร็ว คุ้มค่า  รวมถึงกลุ่มวัยกลางคนถึงสูงอายุด้วยรสชาติที่กลมกล่อม เข้มข้นแบบดั้งเดิม แต่แปลกใหม่ จนเติบโตมีสาขารวม 57 แห่ง  พร้อมกับการเดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่อง ด้วยคอนเซปท์ “แกงมิดข้าว”  อร่อยจุใจ พร้อมรสสัมผัสตั้งแต่แรกเริ่ม ด้วย “คำแรกหวาน  คำที่สองเผ็ดร้อน คำสุดท้ายหอมกรุ่นอยู่ในปาก” (始まり甘く あとより辛い 余韻残り)ทำให้ Hinoya Curry (ฮิโนยะ เคอรี) เป็นร้านแกงกะหรี่คลื่นลูกใหม่ ขวัญใจสาวกข้าวแกงกะหรี่ ตัวจริง เสียงจริง

และเร็วๆ นี้กับ Hinoya Curry (ฮิโนยะ เคอรี) สาขาแรกในประเทศไทยที่ ศูนย์การค้า  เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ชั้น 3  ถนนราชดำริห์   แขวงลุมพินี   เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร  ที่จะมาเชิญชวนให้คนไทยได้ลองลิ้มรสความอร่อยของ “ข้าวแกงกะหรี่” คลื่นลูกใหม่ ดีกรีแชมป์ที่แฟนพันธุ์แท้แกงกะหรี่ และฟูดดี้ตัวจริงต้องไม่พลาด! แวะเวียนไปพิสูจน์ให้ได้  www.hinoyacurrythai.com

 

22 มกราคม 2562


บริษัท มีเดีย เน็ทเวิร์ค จำกัด
138, 140 ซอยอนามัย ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250
MEDIA NETWORK Co.,Ltd
138, 140 Soi Anamai Srinakarin Road Suanluang Suanluang Bangkok 10250
Tel. 02 721 4417 Fax. 02 721 5516
E-mail : phototechthailand@gmail.com


ติดต่อโฆษณาหรือข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 02 721 4417 , 097 921 2929 คุณขวัญ

แฟนเพจ Phototech Magazine


ออกแบบโดย touronthai